โฟเด้นฮีโร่! ซัดเบิ้ลพาแมนฯ ซิตี้เฉือนลีดส์ 3-2 “โจ ฮาร์ท” ชมพาเรือใบหนีตายด้วยคุณภาพล้วน ๆ
ฟิล โฟเด้น กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งอีกครั้ง หลังเหมายิงสองประตูช่วยแมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดเอติฮัดเฉือนลีดส์ ยูไนเต็ด 3-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก พร้อมรักษาระยะห่างการลุ้นแชมป์ตามหลังอาร์เซนอลไว้ที่ 4 คะแนน
เกมเริ่มได้เพียง 59 วินาที โฟเด้นก็ยิงให้ทีมออกนำอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประตูที่เร็วที่สุดของซิตี้ในบ้านนับตั้งแต่ปี 2019 ก่อนที่ครึ่งหลังลีดส์จะสร้างช็อกด้วยการยิงคืนสองประตูจนตามตีเสมอ แต่ในช่วงทดเวลา นาที 91 โฟเด้นก็ซัดประตูชัยสุดสำคัญช่วยทีมรอดพ้น “คุก” ได้แบบหวุดหวิด
โจ ฮาร์ท อดีตนายทวารเรือใบ ให้ความเห็นว่า โฟเด้นคือคนที่ “พาทีมออกจากสถานการณ์ลำบากด้วยคุณภาพระดับสูง” พร้อมยกย่องว่าเจ้าตัว “กำลังโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม”
หลังเกม โฟเด้นเผยว่าตนตั้งใจพิสูจน์ตัวเองหลังยิงไม่ได้ 5 นัดติด
“ผมหิวกระหายมาก อยากพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่ายังยิงประตูได้อยู่ ผมหงุดหงิดพอสมควร และวันนี้ดีใจที่ยิงได้ถึงสองลูก”
ก่อนนัดนี้ แข้งทีมชาติอังกฤษยิงในลีกได้เพียงหนึ่งประตูตลอดซีซัน แต่ล่าสุดเจ้าตัวกำลังกลับมาร้อนแรงหลังเพิ่งยิงสองลูกใส่ดอร์ทมุนด์ในแชมเปียนส์ลีก และยังคงต่อยอดฟอร์มได้ดีในเกมนี้ ซึ่งโฟเด้นยอมรับว่าเป็น “หนึ่งในเกมที่บ้าคลั่งที่สุด” เท่าที่เคยลงเล่น
โฟเด้นเผยว่าครึ่งหลังทีมคุมจังหวะไม่ได้เพราะลีดส์เปลี่ยนระบบ แต่ช่วงพักสั้น ๆ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้ปรับแท็กติกจนทีมกลับมาเดินเกมได้ ก่อนที่เขาจะหาช่องยิงและส่งบอลเสียบมุมอย่างเฉียบขาด
ด้านกวาร์ดิโอลา ชมลูกทีมว่า “ฟิลมีคุณภาพในการจบสกอร์เร็วและแม่นยำ เขาอยู่ในกรอบเขตโทษเมื่อไรย่อมอันตรายเสมอ”
ในมุมของทีมชาติอังกฤษ ฟอร์มวันนี้ของโฟเด้นน่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดทีมลุยฟุตบอลโลก 2026 หลังเพิ่งถูก โธมัส ทูเคิ่ล เรียกตัวกลับมาติดทีมอีกครั้ง โดยทูเคิ่ลเคยระบุว่าอยากให้โฟเด้นเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวกลางมากกว่าการยืนริมเส้น ซึ่งผลงานสองประตูในเกมนี้ก็ยืนยันศักยภาพของเขาเป็นอย่างดี
ผลงานของโฟเด้นยังได้รับคำชมจากหลายฝ่าย ทั้งคริส ซัตตัน ที่ยกย่องประตูที่สองว่าเป็น “ทักษะเฉพาะตัวชั้นยอด” รวมถึง เอลเลน ไวต์ ที่ชมว่าโฟเด้น “สุดยอดและโดดเด่นมาก” ด้วยการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหลและการจบสกอร์แบบมีศิลปะ
ฟอร์มหรูแบบนี้อาจทำให้ทูเคิ่ลต้องคิดใหม่เรื่องการจัดสามแนวรุกอย่าง โฟเด้น, เคน และ เบลลิงแฮม เพราะโฟเด้นกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าตนคู่ควรที่จะมีบทบาทสำคัญในทีมชาติอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย.